PRIMA ได้รับเลือกเป็น Probe Explorer ลำดับแรก
- PRIMA ได้รับเลือกเป็นภารกิจ Probe Explorer ลำดับแรกในชั้น Probe Explorers
- โครงการอยู่ระหว่าง Phase B development และมีกำหนดปล่อยปี 2033
- PRIMA เชื่อมกล้องโทรทรรศน์อินฟราเรดกับกล้องโทรทรรศน์วิทยุเพื่อศึกษาอินฟราเรดไกล
- โครงการมีวงเงิน 1,200,000,000 USD และบริหารโดย Jet Propulsion Laboratory ของ NASA
- หากได้รับอนุมัติ โครงการจะเข้าสู่ Phase C
เกิดอะไรขึ้น
PRIMA ได้รับเลือกเป็นภารกิจ Probe Explorer ลำดับแรก และมีการประกาศการคัดเลือกแล้ว ภารกิจนี้มีชื่อเต็มว่า Probe far-Infrared Mission for Astrophysics
สิ่งที่เรารู้
PRIMA คือ Probe far-Infrared Mission for Astrophysics และมีการประกาศว่าเป็นภารกิจ Probe Explorer ลำดับแรกที่ได้รับเลือกเพื่อพัฒนาในชั้น Probe Explorers
สถานะปัจจุบันคือ Phase B development และมีขั้นตอนทบทวนยืนยัน ส่วนกำหนดปล่อยระบุปี 2033
ข้อมูลงบประมาณระบุวงเงิน 1,200,000,000 USD และข้อมูลจำเพาะของยานระบุขนาด 5.9 ฟุต
ภารกิจถูกออกแบบให้เชื่อมกล้องโทรทรรศน์อินฟราเรดกับกล้องโทรทรรศน์วิทยุ และมุ่งตอบคำถามวิทยาศาสตร์อินฟราเรดไกล ได้แก่ กำเนิดดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ วิวัฒนาการของดาราจักรและหลุมดำ และการสะสมของฝุ่นกับธาตุหนัก
การคัดเลือกพิจารณาจากคุณค่าทางวิทยาศาสตร์ ความเป็นไปได้ และเทคโนโลยี ขณะที่ชั้นภารกิจ Probe Explorers ได้รับการแนะนำโดย 2020 Decadal Survey
การบริหารจัดการอยู่ภายใต้ Jet Propulsion Laboratory ของ NASA และมีความร่วมมือกับ NASA Goddard Space Flight Center, NASA Marshall Space Flight Center รวมถึงพันธมิตรระหว่างประเทศ
ทำไมจึงสำคัญ
สำหรับผู้อ่านที่ติดตามอุตสาหกรรมดวงจันทร์และอวกาศ ภารกิจนี้แสดงให้เห็นการใช้กลไก Probe Explorer ของ NASA เพื่อเลือกภารกิจจากคุณค่าทางวิทยาศาสตร์ ความเป็นไปได้ และเทคโนโลยี
การที่ PRIMA มีกำหนดปล่อยปี 2033 มีงบประมาณ 1,200,000,000 USD และเกี่ยวข้องกับ Jet Propulsion Laboratory, NASA Goddard Space Flight Center, NASA Marshall Space Flight Center รวมถึงพันธมิตรระหว่างประเทศ ทำให้สามารถติดตามบทบาทของหน่วยงานเหล่านี้ในกิจกรรมวิทยาศาสตร์อวกาศของ NASA
ขั้นต่อไป
หากได้รับอนุมัติ โครงการจะเข้าสู่ Phase C
แหล่งที่มา
เขียนโดยระบบ AI จากแหล่งที่มาข้างต้นและตรวจสอบโดยอัตโนมัติ ไม่มีผู้เขียนที่เป็นบุคคล เว็บไซต์นี้ทำงานอย่างไร